วันเสาร์ที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2557

คิวอาร์โค้ท (QR Code : Quick Response)



แบบทดสอบ นวัตกรรมและเทคโนโลยีการศึกษา

คิวอาร์โค้ท (QR: Quick Response)


วิทยากร: ว่าที่ร้อยตรีหญิง ดร. ชัชญาภา วัฒนธรรม
วันที่ 20 เมษยายน 2557

                                                                                       จัดทำโดย นางสาวณัฏฐนิช เรืองโอชา





         ปัจจุบัน เรามักเห็นสัญลักษณ์เส้นสีดำสีเหลี่ยมคล้ายกับเกมส์หาทางออกปรากฎอยู่ในปรากฎอยู่ในโฆษณาสินค้าในสื่อต่างๆ เช่น ฟนังสือพิมพ์ นิตยสาร ป้ายโฆษณา และนามบัตร ซึ่งสัญลักษณ์เหล่านี้ได้ซ่อนความหมาย และรายละเอียดที่ต้องการแสดงไว้ ผู้ประกอบการบางรายก็จะทำลิงก์ไว้ภายในคิวอาร์โค้ดเพื่อให้เข้าเว็บของบริษัทได้ทันที

        

         คิวอาร์โค้ท (QR: Quick Response) เรียกว่าบาร์โค้ท 2 มิติ คือ รหัสชนิดหนึ่งที่สามารถเก็บข้อมูลสินค้า ลายละเอียดต่างๆ บริษัทที่ต้องการแสดงไว้  เป็นการพัฒนามาจาก บาร์โค้ด โดบยริษัทเดนโซ-เวฟ ซึ่งเป็นบริษัทในเครือข่ายของโตโยต้าป ระเทศญี่ปุ่น  คิดค้นขึ้นในปี ค.ศ. 1994 และจดลิกขสิทธิ์ชื่อ " QR Code" ใช้ในญี่ปุ่น และทั่วโลกโดยการอ่านคิวอาร์โค้ด นิยมใช้กับโทรศัพท์มือถือ รุ่นมีกล้องถ่ายรูป ร่วมกับการใช้งานกับอินเตอร์เน็ต และสามารถติดตั้งโปร
แกรม์เพิ่มเติมได้



         วิธีใช้งานคิวอาร์โค้ด ต้องใช้งานผ่านโทรศัพท์มือถือที่มีสัญลักษณ์คิวอาร์โค้ดอยู่ภายในตัวเครื่อง เพียงนำกล้องที่อยู่บนมือถือแสกนบนคิวอาร์โค้ด รอสักครู่ เครื่องจะอ่านคิวอาร์โค้ดสีดำออกมาเป็นตัวหนังสือที่มีข้อมูลมากมาย เช่นรายละเอียดสินค้า โปรโมชัน สถานที่ตั้งของบริษัท ร้านค้า เว็บไซต์ เบอร์โทรศัพท์ หากอยู่บนนามบัตร เจ้าของนามบัตรก็จะใส่ทั้งชื่อ อีเมล์ ฯลฯ รวมทั้งสามารถใช้คิวอาร์โค้ดสื่อบอกความในใจได้ด้วย เพียงพิมพ์คิวอาร์โค้ดลงบนการ์ด ผู้ที่ได้รับการ์ดนำโทรศัพท์มือถือที่มีกล้องมาสแกน เพียงเท่านี้ก็รู้ความในใจด้วยไอทีแล้ว

ที่มา : ดวงกมล นาคะวัจนะ , 2554, QR Code, วารสารประกาย ปีที่ 8 ฉบับที่ 85  , หน้า  36



                   Site From: http://thanakorn1990.blogspot.com/2012_09_01_archive.html

 ประโยชน์ของคิวอาร์โค้ด (QR Code : Quick Response)
1.       QR Code ถูกนำมาประยุกต์ใช้บนสื่อโฆษณากันอย่างกว้างเพื่อส่งเสริมธุรกิจ
2.       QR Code ถูกนำประยุกต์ใช้ได้หลากหลายรูปแบบ เช่น เก็บข้อมูล URL ของเว็บไซต์ หรือเบอร์โทรศัพท์ รวมทั้ง  
         ข้อมูลที่เป็นตัวอักษรได้อีกมากมาย
3.       สามารถสร้างข้อมูล เป็น Text หรือ ข้อความเบอร์โทรศัพท์ และข้อมูลที่เป็นตัวอักษร ที่เก็บได้มาก
         ถึง 4000 ตัวอักษรและยังรองรับภาษาได้หลากหลาย
4.       สร้างข้อมูลพิกัดตำแหน่งแผ่นที่ 
5.       การใช้ QR code ในงานโฆษณาสินค้า ต่างๆ

ข้อดีของคิวอาร์โค้ด (QR Code : Quick Response)
1.       ช่วยให้เกิดความสะดวก และง่ายต่อการบันทึกหรือจดจำข้อความที่มีความซับซ้อนหรือมีรายละเอียด
         ที่ยากต่อการจดจำ
2.       QR Code สามารถแสดง URL ของเว็บไซต์อย่างง่ายดาย โดยที่เราไม่ต้องมานั่งพิมพ์ URL ให้เสียเวลา

ข้อจำกัดของคิวอาร์โค้ด (QR Code : Quick Response)
         สามารถเกิดภัยคุกคามจากแฮกเกอร์ที่พยายามปลอมแปลงเว็บไซด์จากเว็บไซด์จริงซึ่งทำให้ผู้รับข้อมูลได้ข้อมูลที่ผิดๆ และก่อให้เกิดความสุญเสียทางทรัพย์สิน การปลอมแปลงที่เกิดขึ้นนี้อาจจะกลายเป็นจุดเริ่มต้นของภัยคุกคามอื่นๆ อันได้แก่ ฟิชชิ่ง ข่าวไวรัส หลอกลวง และมาลแวร์ ดังนี้

ฟิชชิ่ง (Phishingลักกษณะฟิชชิ่งด้วยบาร์โค้ด 2 มิติที่อาจเกิดขึ้นคือ แฮกเกอร์ทําการตั้งเว็บไซต์ปลอมขึ้นมาจากนั้นก็สร้างบาร์โค้ด 2 มิติที่บรรจุชื่อเว็บไซต์ปลอม เมื่อเหยื่อทําการเชื่อมต่อไปยังเว็บไซต์ปลอม ข้อมูลของโทรศัพท์มือถือของเหยื่อ เช่น หมายเลขโทรศัพทมือถือ รุ่นหรือ ยี่ห้อของโทรศัพท์มือถือ เป็นต้น จะถูกส่งโดยอัตโนมัติไปพร้อมกับข้อมูลส่วนตัว
เฮดเดอร์ (Header) ในการเชื่อมต่อกับเซิร์ฟเวอร์และถ้าเหยื่อกรอกข้อมูลความลับของตัวเองแล้วส่งกลับไป 
ก็จะทําให้แฮกเกอร์ได้ข้อมูลความลับไปทั้งหมด
ข่าวไวรัสหลอกลวง (Hoax)
ข่าวไวรัสหลอกลวง โดยทั่วไปมักเป็นข้อความข่าวที่ส่งผ่านกันทางอี-เมล์ หรือห้องสนทนาต่างๆ เพื่อก่อความ วุ่นวายซึ่งขอความเหล่านั้นไม่เป็นความจริงและไม่มีอันตรายตามที่ข้อความอ้างถึง แต่อาจมีบางข้อความที่สร้างความเสียหายแก่ข้อมูลหรือเครื่องของผู้หลงเชื่อ
มาลแวร์ (Malicious Software หรือ Malware)
ในปี 2547 เริ่มมีการแพร่กระจายของมาลแวร์บนโทรศัพท์มือถือในรูปแบบต่างๆ ส่วนมากจะเป็นพวก
โทรจัน เช่น โทรจันที่ทําการเปลี่ยนไอคอนบนหน้าจอเครื่องโทรศัพท์มือถือ โทรจันที่ส่งตัวเองออกทางบลูทูธ (Bluetooth) เป็นต้น ซึ่งยังมีข้อจํากัดอย่างเช่นต้องเปิดการใช้งานบลูทูธ รองรับบริการส่งข้อความมัลติมีเดีย (Multimedia Messaging Serviceหรือ MMS) หรือต้องรู้ที่อยู่เว็บไซต์ที่จะดาวน์โหลดข้อมูล(ที่ไม่รู้ว่าเป็นมาลแวร์) เป็นต้น
Site From: http://muangchum.blogspot.com/2010/08/2-assignment1.html

รูปภาพประกอบ















               Site From:http://sms-qr-code.blogspot.com/2010/10/qr-cod-use-in-your-business.html

การประยุต์ใช้งานคิวอาร์โค้ด (QR Code : Quick Response) ในชีวิตประจำวัน / องค์กร
สามารถสร้าง QR Code ในการเผยแพร่ในการศึกษา เช่น การสร้างบทเรียน Web Quest ใน Blogger 
ที่ผู้จัดทำได้สร้างโดยเผยแพร่ในรูปแบบ
 QR  Code ซึ่งช่วยให้ผู้อ่าน/ นักเรียนเกิดความสะดวกสบายมากขึ้น
และสามารถศึกษาได้ตลอดเวลา

ตัวอย่าง QR Code นางสาวณัฏฐนิช เรือโอชา



Feedback
วิทยากรเน้นการสอนโดยการเรียนรู้จากปัญหา ซึ้งผู้เรียนต้องค้นคว้า จัดการการเรียนโดยเน้นความร่วมมือของเพื่อนช่วยเพื่อน เน้นการลองผิดลองถูก โดยผู้เรียนจะมีบทบาทในการเรียนรู้อย่างมาก ซึ่งมีประโยชน์ในการเรียนรู้แก้ไขปัญหา 

Motto of the Day: Life Long Learning  
  

หน่วยการเรียนที่ 3

สรุปสาระสำคัญ
หน่วยที่ 3
เทคโนโลยีและสารสนเทศ
วิทยากร :  ว่าที่ร้อยตรีหญิง ดร. ชัชญาภา วัฒนธรรม
วันที่ 18 เมษายน 2557
จัดทำโดย นางสาวณัฏฐนิช เรืองโอชา


Blog (Web + Log)  คือ เครื่องมือสื่อสารชนิดหนึ่งที่บันทึกเรื่องราวของตนเอง และนำเสนออยู่ในรูปแบบสารสนเทศ สามารถสร้างได้ง่ายโดยไม่จำเป็็นต้องมีคาวมรู้ HTML

Site From: 
http://www.oknation.net/blog/manual/2006/12/22/entry-4


วิธีการสร้าง Blog





April 17 2014 Feedback

เรียนโครงการ/ โครงงานการสืบค้นรวบรวม

 และจัดทำแหล่งเรียนรู้เพื่อใช้ในการจัดการเรียนการสอน

วิทยากร อ.ดร.  เจนศึก โพธิศาสตร์
วันที่ 17 เมษายน 2557

 1. วิทยากรมีความสามารถด้านการจัดการเรียนการสอน และให้ความตระหนักถึงความแตกต่างของผู้เรียนแต่บุคคล  
     อย่างใส่ใจ
2. วิทยาากรใช้การฝึกอบรมหลากหลายวิธีการเช่น การบรรยาย การอภิปรายกลุ่ม การเรียนแบบร่วมมือ และการ
    ค้นคว้าทำโครงงานและนำเสนอ
 3. วิทยากรเน้นการสอนแบบยึดโปรเจคในการเรียนรู้ (Project Based Learning ) ซึ่งสามารถถ่ายทอดองค์ความรู้
    ให้ผู้เรียนมีความรู้ความเข้าใจ และสามารถลงมือปฏิบัติโครงงานจนสำเร็จลุล่วงลงไปได้
 4. วิทยากรเปิดโลกทัศน์การเรียนรู้แบบเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ (Child Center) ซึ่งไม่ได้จำกัดแนวความคิด วิธีการคิด
     แบบแคบๆ ซึ่งเป็นผลดีต่อผู้เรียนมากด้านความคิดสร้างสรรค์ ความเข้าใจ และ จินตนาการที่ไร้ขีดจำกัด

--ผู้เรียนขอขอบคุณวิทยากร ณ ที่นี้ไว้เป็นอย่างสูง--


ข้อคิดประจำวัน: จินตนาการสำคัญกว่าความรู้ โดยโรเบิร์ต ไอสไตน์ 




Web Quest

การเรียนคำศัพท์ และสำนวนจากเพลงสากลการเรียนคำศัพท์ และสำนวน
ภาษาอังกฤษเพื่อพัฒนาทักษะการฟังจากเพลงสากล

                                                                                       ผู้แต่่งนางสาว ณัฏฐนิช เรืองโอชา

ขั้นนำ (
Introduction)
     การฟังเป็นปัจจัยสำคัญของการคิด การพูด และการเขียน ผู้ที่ฟังได้อย่างมีประสิทธิภาพย่อมส่งเสริมให้การคิด การพูด และการเขียนที่เกิดประสิทธิภาพตามไปด้วย กล่าวคือ ผู้รับสารได้ฟังเรื่องราวหลากหลายจากสื่อต่างๆ เช่น การฟังเพลงสากล ย่อมทำให้ผู้เรียนเกิดความคิดเชื่อมโยงคำศัพท์อย่างกว้างขวาง มีเหตุผล เพลิดเพลิน และนอกจากนี้เมื่อผู้ฟังต้องการถ่ายทอดความรู้หรือแสดงความคิดเห็นให้ผู้อื่นทราบ ผู้ฟังก็สามารถใช้คำศัพท์ และสำนวนภาษาอังกฤษจากการฟังเพลงสากลในการสนทนากับผู้อื่นได้อย่างเป็นธรรมชาติ และ มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
       วันนี้เราจะมี เรียนคำศัพท์ และสำนวนภาษาอังกฤษจากเพลงสากล เพื่อพัฒนาทักษะการฟังภาษาอังกฤษ และแสดงความคิดเห็นเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน

ภาระงาน (Task) 
       1. ให้นักเรียนฟังเพลงสากลที่ครูกำหนดให้ 2 รอบ Katy Perry - Dark Horse ดยขณะที่นักเรียนฟัง ครูจะให้นักเรียนเติมคำศัพท์ หรือ สำนวนที่ได้ยินในช่องว่างใน ใบงาน 
ที่ครูกำหนด



       2. ให้นักเรียนแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในใบงานกับเพื่อน และฟังเพลงอีก1 รอบ 
โดยใช้เวลา 2 นาที ในการเติมคำตอบลงในช่องว่างให้ถูกต้องมากที่สุด
      3. ให้นักเรียนแลกกระดาษคำตอบกับเพื่อน เพื่อทำการตรวจสอบคำตอบ แก้ไขคำตอบให้ถูกต้องด้วยปากกาแดง และ ลงชื่อผู้ตรวจให้ชัดเจน 
      4. ให้นักเรียนหาคำศัพท์ยากที่ครูกำหนดให้ใบใบงานทำลงในสมุดแบบฝึกหัด โดยให้นักเรียนนบอกหน้าที่ของคำ (Part of Speech) ความหมายทั้งภาษาไทย-อังกฤษ การบ้าน
     5. ให้นักเรียนรวบรวมงานส่งที่ห้องพักภาษาอังกฤษในวันที่ 27 พฤษภาคม 2557
เวลา 8.30 - 12.00 น. 
     6. ให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม จำนวนกลุ่มละ5 คน ศึกษาแหล่งเรียนรู้หลายๆ แหล่ง สังเคราะห์ข้อมูล เลือกนำเสนอเพลงสากล พร้อมทัั้งออกแบบกิจกรรมใบงานเรียนรู้คำศัพท์จากเพลง
ให้เพื่อนในห้องฟัง พร้อมนำเสนอหน้าที่ของคำความหมายภาษาไทย-อังกฤษ จากโปรแกรม Power Point โดยใช้เวลา 10 นาทีในการนำเสนอ 
    ตารางการนำเสนองาน  
    6.1 กลุ่มที่ 1 วันที่ 30 พฤษภาคม 2557 
    6.2 กลุ่มที่ วันที่ มิถุนายน 2557 
    6.3 กลุ่มที่ วันที่ มิถุนายน 2557 
    6.4 กลุ่มที่ วันที่ 10 มิถุนายน 2557 

กระบวนการเรียน (Learning Process) 

           1. ให้นักเรียนฟังเพลงสากลที่ครูกำหนดให้และทำใบงาน (10 คะแนน)
           2. ออกแบบ Power Point และนำเสนอ ( 20 คะนน) โดยดำเนินการ 4 อย่างดังนี้คือ
           2.1 นำเสนอเพลงที่เลือกใช้ในการนำเสนอ  
(5 คะแนน)
           2.2 ออกแบบในงานการเติมคำตอบลงในช่องจาการฟังเพลง 
(5 คะแนน)
           2.3 นำเสนอหน้าที่ของคำ ( Part of Speech) ความหมายทั้งภาษาไทย-อังกฤษ 
(5 คะแนน)
           2.4 ตกแต่ง Power Point ให้สวยงาม 
(5 คะแนน)
     

ประเมินผล (Evaluation) 



คุณภาพสูง
คุณภาพกลาง
คุณภาพต่ำ
ใบงาน
8-10 คะแนน
4-7 คะแนน
0-3 คะแนน
เพลงที่ใช้นำเสนอ
จังหวังเพลง
ปานกลางช้า
เนื้อซ้ำน้อย
4-5 คะแนน
จังหวังเพลง
ปานกลางช้า
เนื้อซ้ำมาก
2-3 คะแนน
จังหวังเพลงเร็ว
เนื้อซ้ำมาก
0-1คะแนน
ออกแบบใบงาน
ถูกต้อง ครบถ้วน
ตามที่กำหนด
4-5 คะแนน
ถูกต้อง เกือบครอบ
ตามกำหนด
2-3 คะแนน
ไม่ถูกต้อง ไม่ครบ
ตามกำหนด
0-1คะแนน
การนำเสนอ
เสียงดังฟังชัด ท่าทาง
เหมาะสม มีลีลาประกอบ
ดีมาก 4-5 คะแนน
เสียงดังปานกลาง
ลีลาประกอบดี
2-3 คะแนน
เสียงเบา ลีลาประกอบ
ค่อนข้างน้อย
0-1คะแนน
Power Point
รูปแบบน่าสนใจ
สวยงาม
4-5 คะแนน
รูปแบบธรรมดา
มีสีสัน
2-3 คะแนน
รูปแบบธรรมดา
ขาดสีสัน
0-1คะแนน

สรุป (Conclusion       
         จากการที่นักเรียนได้เรียนรู้คำศัพท์ และสำนวนจากการฟังเพลงสากล พบว่านักเรียนมีทัศนคติการเรียนภาษาอังกฤษดีขึ้น และในขณะเดียวกันนักเรียนสามารจดจำคำศัพท์ และ สำนวนภาษาอังกฤษได้เพิ่งขึ้น ดังนั้นการเรียนการสอนคำศัพท์ และสำนวนจากการฟังเพลงสากลจึงมีส่วนช่วยในการพัฒนาภาษาอังกฤษได้เป็นอย่างมาก 


แหล่งเรียนรู้ (Resource)
http://www.youtube.com/watch?v=0KSOMA3QBU0
http://dict.longdo.com/
http://tip0u.com/2816


หน่วยการเรียนที่ 2


สรุปสาระสำคัญ


หน่วยที่ 2


     โครงการโครงงานการสืบค้น รวบรวม และจัดทำแหล่งเรียนรู้เพื่อใช้ในการจัดการเรียนรู้               
วิทยากร.ดรเจนศึก โพธิศาสตร์
                                                                                                      วันที่  17 เมษายน 2557                                                                                          จัดทำโดย นางสาวณัฏฐนิช เรืองโอชา                                                
 กิจกรรมที่ 1 การเรียนรู้โดยใช้โครงงานเป็นฐาน (Project based learning) หมายถึงอะไร 
***  คำตอบ การจัดการเรียนรู้โดยใช้โครงงานเป็นฐาน(Project Based Learning) คือ การจัดการเรียนการสอนโดยเน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง โดยมีวัตถุประสงค์ให้ผู้เรียนพัฒนาศักยภาพตนเองได้อย่างเต็มที่ โดยอาศัยความร่วมมือในการศึกษา ค้นคว้า หาคำตอบ ตลอดจนแก้ปัญหา ตอลดจนนำความรู้ที่ได้รับมาแลกเปลี่ยนประสบการณ์ระหว่างผู้เรียนด้วยกัน โดยมีครูเป็นผู้ชี้นำ ทั้งนี้ลักษณะชิ้นงานที่นักเรียนได้ทำขึ้น อาจอยู่ในรูปของโครงงาน หรือ โครงงานวิทยาศาสตร์ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมกับสิ่งที่ผู้เรียนจะศึกษา

เทคนิคการสอนแบบการจัดการเรียนรู้โดยใช้โครงงานเป็นฐาน (Project Based Learning)
Site From: มหาวิทยาลัยศรีปทุม.การจัดรูปแบบการเรียนการสอนแบบโครงการ Project – Based Learning .2554. [Cited 16 เม.ย. 57 ] Available From: http://www.lic.chula.ac.th/web/mediaflash/Project%20based/content_spu/swf/content9.html



ความแตกต่างระหว่างโครงการโครงงานผลงาน

โครงการ หมายถึง กระบวนการทำงานที่ประกอบไปด้วยกิจกรรมหลายๆกิจกรรม ซึ่งมีการทำโครงการเป็นไปตามลำดับ โดยการทำงานจะต้องเป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ ผลผลิต คือชิ้นงาน เช่นการผลิตสินค้า หรือ ทำงานบริการ
โครงงาน หมายถึงงานวิจัยเล็กๆ จำนวนคนที่ทำกลุ่มเล็ก เป็นการแก้ปัญหาหรือข้อสงสัย หาคำตอบโดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ หากเนื้อหาหรือข้อสงสัยเป็นไปตามกลุ่มสาระการเรียนรู้ใด ผลผลิตคือรายงาน  ผลงาน 
จะเรียกว่าโครงงานในกลุ่มสาระนั้นๆ เช่น โครงงานวิทยาศาตร์ โครงงานคอมพิวเตอร์ ฯลฯ สามารถแบ่งประเภท คือ
1. โครงงานประเภทสำรวจและรวบรวมข้อมูล
2. โครงงานประเภททดลอง
3. โครงงานประเภทสิ่งประดิษฐ์
4.โครงงานประเภททฤษฎี 
ผลงาน หมายถึง ผลงานของการปฏิบัติงานที่ผู้ปฏิบัติได้ทำเสร็จสิ้น


กิจกรรมที่2 องค์ประกอบของโครงการและโครงการ

1. องค์ประกอบของโครงการ
องค์ประกอบพื้นฐานในโครงการแต่ละโครงการมีดังนี้
1.  ชื่อโครงการ  เป็นการระบุเพื่อให้ทราบถึงแนวทางปฏิบัติและการคาดหวังผลตอบแทนที่สืบเนื่องจากการปฏิบัติโครงการตลอดจนทิศทางของการดำเนินโครงการนั้น
2. หลักการและเหตุผล  เป็นการระบุถึงสภาพปัญหาและความจำเป็นในการจัดทำโครงการขึ้นมาเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว
3.  วัตถุประสงค์โครงการ  เป็นการแสดงให้เห็นถึงสิ่งหรือผลงานที่เป็นจุดหมายปลายทางที่ต้องการจะให้เกิดขึ้นจาการปฏิบัติงานนั้น  การกำหนดวัตถุประสงค์ที่ดีจะเป็นการช่วยให้การกำหนดขั้นตอนสำหรับปฏิบัติเป็นอย่างรัดกุม  การกำหนดวัตถุประสงค์ที่ดีควรประกอบด้วยองค์ประกอบที่เรียกว่า “SMART”
1.   S = Sensible (เป็นไปได้) วัตถุประสงค์ที่ดีต้องมีความเป็นไปได้
2.    M = Measurable (วัดได้) วัตถุประสงค์ที่ดีจะต้องสามารถวัดและประเมินผลได้
3.   A = Attainable (ระบุสิ่งที่ต้องการ) วัตถุประสงค์ที่ดีจะต้องระบุสิ่งที่ต้องการ
ดำเนินงานอย่างชัดเจนและเฉพาะเจาะจงมากที่สุด
4.   R = Reasonable (เป็นเหตุเป็นผล) วัตถุประสงค์ที่ดีต้องมีความเป็นเหตุเป็น ผลในการ
     ปฏิบัติงาน
5.   T = Time (เวลา) วัตถุประสงค์ที่ดีต้องมีขอบเขตของเวลาที่แน่นอนในการ
ปฏิบัติงาน
4.  กลุ่มเป้าหมาย  ระบุกลุ่มเป้าหมายและจำนวนให้ชัดเจน ใครคือผู้ที่จะได้รับผลดีจากโครงการนี้ จำนวนผู้ที่ได้ รับผลดีจากโครงการนี้
5.  สถานที่ดำเนินการ ระบุสถานที่ดำเนินการโครงการระบุพื้นที่ โดยระบุหมู่บ้าน ตำบล อำเภอ จังหวัด
6.  ระยะเวลาดำเนินการโครงการ  เป็นการกำหนดช่วงเวลาการปฏิบัติโครงการตั้งแต่ระยะเริ่มต้นปฏิบัติโครงการจนถึงการสิ้นสุดโครงการนั้น
7.  วิธีดำเนินการ ควรแสดงถึงกิจกรรมและกระบวนการปฏิบัติงานที่สอดรับกับวัตถุประสงค์
แสดงรายละเอียดกิจกรรมเพียงพอ  และมีกำหนดระยะเวลาของแต่ละกิจกรรมที่สมเหตุสมผล  และควรมีกิจกรรมต่อเนื่อง  หากเป็นโครงการที่มีการฝึกอบรม  ดูงาน  จะต้องมีกิจกรรมต่อเนื่องที่จะส่งผลต่อการคุ้มครอง  การส่งเสริม  และการสนับสนุนผู้สูงอายุและมีกำหนดการการฝึกอบรม  หัวข้อที่จะฝึกอบรม
การเขียนวิธีดำเนินการ ให้แจกแจงดังนี้
-  ขั้นเตรียมการ
-  ขั้นดำเนินงาน
-  กิจกรรมที่จะดำเนินงานตามโครงการ
8.  งบประมาณ งบประมาณหรือค่าใช้จ่ายของโครงการนับเป็นทรัพยากรที่สำคัญต่อการปฏิบัติโครงการ  โดยทั่วไปมีองค์ประกอบ  ดังนี้
1. ยอดรวมค่าใช้จ่ายทั้งโครงการ
2.  ค่าใช้จ่ายของแต่ละกิจกรรมหรือแต่ละช่วงเวลาพร้อมทั้งรายละเอียดค่าใช้จ่าย
9.   การประเมินโครงการ   เป็นกระบวนการในการเก็บรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลของการดำเนินโครงการและพิจารณาบ่งชี้ให้ทราบถึงจุดเด่นหรือจุดด้อยของโครงการนั้น
10.  ผลที่คาดว่าจะได้รับ  เป็นผลที่เกิดขึ้นจากการที่โครงการบรรลุวัตถุประสงค์  ผลที่เกิดขึ้นจากการปฏิบัติโครงการ  สามารถแสดงให้เห็นผลที่เป็นประโยชน์ทางตรง ทางอ้อม

ตัวอย่างโครงการ



2. องค์ประกอบของโครงงาน
องค์ประกอบพื้นฐานในโครงการแต่ละโครงการมีองค์ประกอบดังนี้
1.ชื่อแผนงาน เป็นการกำหนดชื่อให้ครอบคลุมโครงการเดียวหรือหลายโครงการที่มีลักษณะงานไปในทิศทางเดียวกันเพื่อแก้ไขปัญหาหรือสนองวัตถุประสงค์หลักที่กำหนดไว้
2.ชื่อโครงการ ให้ระบุชื่อโครงการตามความเหมาะสม มีความหมายชัดเจนและเรียกเหมือนเดิมทุกครั้งจนกว่าโครงการจะแล้วเสร็จ
3.หลักการและเหตุผล ใช้ชี้แจงรายละเอียดของปัญหาและความจำเป็นที่เกิดขึ้นที่จะต้องแก้ไข ตลอดจนชี้แจงถึงผลประโยชน์ที่จะได้รับจากการดำเนินงานตามโครงการและหากเป็นโครงการที่จะดำเนินการตามนโยบาย หรือสอดคล้องกับแผนจังหวัดหรือแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือแผนอื่น ๆ ก็ควรชี้แจงด้วย ทั้งนี้ผู้เขียนโครงการ
บางท่านอาจจะเพิ่มเติมข้อความว่าถ้าไม่ทำโครงการดังกล่าวผลเสียหายโดยตรง หรือผลเสียหายในระยะยาวจะเป็นอย่างไร เพื่อให้ผู้อนุมัติโครงการได้เห็นประโยชน์ของโครงกากว้างขวางขึ้น
4.วัตถุประสงค์ เป็นการบอกให้ทราบว่า การดำเนินงานตามโครงการนั้นมีความต้องการให้อะไรเกิดขึ้นวัตถุประสงค์ที่ควรจะระบุไว้ควรเป็นวัตถุประสงค์ที่ชัดเจน ปฏิบัติได้และวัดและประเมินผลได้ ในระยะหลัง ๆ นี้นักเขียนโครงการที่มีผู้นิยมชมชอบมักจะเขียนวัตถุประสงค์เป็นวัตถุประสงค์เชิงพฤติกรรม คือเขียนให้เป็นรูปธรรมมากกว่าเขียนเป็นนามธรรม  การทำโครงการหนึ่ง ๆ อาจจะมีวัตถุประสงคมากกว่า 1 ข้อได้ แต่ทั้งนี้การเขียนวัตถุประสงค์ไว้มาก ๆ อาจจะทำให้ผู้ปฏิบัติมองไม่ชัดเจน และอาจจะดำเนินการให้บรรลุวัตถุประสงค์ไม่ได้ ดังนั้นจึงนิยมเขียนวัตถุประสงค์ที่ชัดเจน-ปฏิบัติได้-วัดได้ เพียง 1-3 ข้อ
5.เป้าหมาย ให้ระบุว่าจะดำเนินการสิ่งใด โดยพยายามแสดงให้ปรากฏเป็นรูปตัวเลขหรือจำนวนที่จะทำได้ภายในระยะเวลาทกำหนด การระบุเป้าหมาย ระบุเป็นประเภทลักษณะและปริมาณ ให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์และความสามารถในการทำงานของผู้รับผิดชอบโครงการ
Site Form: องค์ประกอบของโครงงาน. [Cited 16 เม.ย. 57] Available From:
http://www.thaigoodview.com/library/contest2553/type2/thai04/06/page55.html

ตัวอย่าง โครงงาน